รอบรู้เรื่องเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ กับการดูแลอย่างถูกต้อง เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ นับว่าเป็นศูนย์กลางหรือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนรถมอเตอร์ไซค์ มีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล แล้วส่งกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ระบบของรถมอเตอร์ไซค์ ทำให้วิ่งไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อดูแลรักษามอเตอร์ไซค์ให้สามารถขับเคลื่อนได้ปกติระยะยาว ต้องมีความรอบรู้เรื่องเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ เพื่อการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง และเหมาะสมที่สุด
องค์ประกอบเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์มีทั้งหมด 12 ส่วนด้วยกัน ดังนี้
1.) ฝาสูบ: ทำหน้าที่ปิดและสนับสนุนห้องเผาไหม้ ในขณะที่เชื้อเพลิงและอากาศถูกบีบอัด พร้อมช่วยในการระบายความร้อน และควบคุมความดันเชื้อเพลิง เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.) เสื้อสูบ: มีหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของกระบอกสูบ และฝาสูบ ช่วยในการรองรับและยึดติดส่วนอื่น ๆ ของเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ เพื่อให้กระบอกสูบและวาล์วทำงานอย่างถูกต้อง
3.) อ่างน้ำมันเครื่อง: มีหน้าที่เก็บและบำรุงน้ำมันเครื่องยนต์ พร้อมเป็นที่อยู่ของเครื่องเครื่องยนต์อื่น ๆ เช่น ส่วนเชื่อมต่อกับกระบอกสูบ และฝาสูบ อ่างน้ำมันเครื่องช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานของเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์
4.) กระบอกสูบ: มีหน้าที่สร้างพื้นที่ว่างในการดูดซึมและบีบอัดเชื้อเพลิงและอากาศ รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงในกระบอกสูบเพื่อสร้างพลังงานที่จำเป็นในการขับเคลื่อนรถมอเตอร์ไซค์
5.) ลูกสูบ: ส่วนสำคัญในกระบวนการสูบ-บีบ-เผาไหม้ของเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ ทำหน้าที่เคลื่อนที่ขึ้น-ลงภายในกระบอกสูบ (Cylinder) โดยรับแรงดันจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและอากาศ ช่วยในการบีบอัดและเติมพลังงานให้กับเครื่องยนต์
6.) ก้านสูบ: เชื่อมต่อระหว่างลูกสูบ (Piston) และเพลาครัช (Crankshaft) ช่วยในกระบวนการแปลงการเคลื่อนที่เชิงเส้นของลูกสูบเป็นการเคลื่อนที่เชิงหมุนของเพลาครัช เป็นส่วนสำคัญในการส่งพลังงานจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงไปยังขับเคลื่อนลูกสูบและเครื่องยนต์โดยรวมในเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์
7.) เพลาข้อเหวี่ยง: เป็นส่วนหนึ่งของระบบกันสะเทือนของรถมอเตอร์ไซค์ เชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างหลักของรถและล้อท้าย เพื่อให้ล้อท้ายสามารถขยับขึ้นลงได้
8.) ลิ้นไอดี: ทำหน้าที่เปิดให้เชื้อเพลิงและอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในกระบอกสูบ โดยจะเปิดในจังหวะการดูดซึมเมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลง ซึ่งทำให้สามารถดูดเชื้อเพลิงและอากาศลงไปในห้องเผาไหม้เพื่อเตรียมพร้อมในกระบวนการการเผาไหม้และสร้างพลังงานในเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์
9.) ลิ้นไอเสีย: ทำหน้าที่ปล่อยแก๊สไอเสียออกจากกระบอกเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์หลังจากการเผาไหม้เสร็จสิ้น เพื่อให้มีที่ว่างสำหรับการสร้างปริมาณการไหม้ใหม่ในกระบอก
10.) สปริง: ช่วยรักษาวาล์วให้อยู่ในตำแหน่งปิดเมื่อไม่ได้รับแรงจากลูกสูบ และส่งกลับวาล์วไปสู่สภาพปิดอย่างรวดเร็วหลังจากการเปิด เพื่อป้องกันการรั่วของแก๊สภายในกระบอกเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์
11.) หัวฉีด: ทำหน้าที่จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิด เพื่อทำให้การเผาไหม้และผลักลูกสูบพร้อมลดการปล่อยก๊าซมลพิษ
12.) หัวเทียน: อุปกรณ์สร้างประกายไฟในกระบอกเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ เพื่อจุดประกายการเผาไหม้ของน้ำมันเชื้อเพลิงและอากาศ ซึ่งทำให้เกิดแรงดันที่ผลักลูกสูบเคลื่อนที่ได้
เครื่องยนต์ มอเตอร์ไซค์แบ่งออกเป็น 2 จังหวะและ 4 จังหวะ มีการทำงานที่แตกต่างกัน

หลักการทำงานของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ
เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (Two-stroke engine) คือ การที่เครื่องยนต์รวบรวมจังหวะการดูดและอัดไว้ด้วยกันในจังหวะที่ 1 ส่วนการระเบิดและคายเป็นจังหวะที่ 2 ทำให้ถูกเรียกว่าเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ส่งผลให้เครื่องยนต์มีพละกำลังที่สูงมากกว่าเครื่องยนต์ 4 จังหวะ อีกทั้งยังทำให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
หลักการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ
เครื่องยนต์ 4 จังหวะ (four-stroke engine) ประกอบไปด้วย ดูด อัด ระเบิด และคาย แต่ละจังหวะใช้การทำงานเคลื่อนที่ของลูกสูบหนึ่งครั้ง ซึ่งหนึ่งรอบการทำงานต้องใช้การหมุนเพลาข้อเหวี่ยงสองรอบ โดยมีหลักการทำงานดังนี้
- ดูด (Intake) : ลูกสูบเคลื่อนลงจากด้านบนลงล่างของกระบอกสูบ ดูดส่วนผสมของอากาศและน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่กระบอกสูบ วาล์วไอดีจะปิดเมื่อสิ้นสุดจังหวะดูด
- อัด (Compression) : เมื่อวาล์วไอดีปิด ลูกสูบจะเคลื่อนที่จากล่างขึ้นด้านบนของกระบอกสูบ ส่วนผสมของอากาศ/น้ำมันเชื้อเพลิงในห้องเผาไหม้ของฝาสูบจะถูกอัด
- ระเบิด (Power) : หัวเทียนจุดระเบิดและเผาไหม้เชื้อเพลิงที่อัดตัว น้ำมันเชื้อเพลิงที่เผาไหม้ขยายตัว และดันลูกสูบลงล่าง
- คาย (Exhaust) : เมื่อสิ้นสุดจังหวะระเบิด วาล์วไอเสียจะเปิด จากนั้นลูกสูบจะเคลื่อนที่ขึ้นสู่ด้านบนพร้อมจัดการกวาดเอาไอเสียผ่านวาล์วและออกจากกระบอกสูบ ก่อนจะเข้าสู่จังหวะดูดอีกครั้ง และทำวนไปเรื่อย ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.shell.co.th
เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ร้อนเร็ว มีปัญหาอะไรไหม?

อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่า เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ มีส่วนประกอบทางกลที่ซับซ้อน ซึ่งสร้างความร้อนจำนวนมากระหว่างการทำงาน เกิดจากการเผาไหม้ของส่วนผสมที่ติดไฟได้หลังจากเข้าไปในกระบอกสูบ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เครื่องยนต์จะร้อนขึ้น แต่ในกรณีที่อุณหภูมิเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์สูงขึ้นเร็วเกินไป อาจเป็นเรื่องผิดปกติได้ เช่น ขับขี่ไปสักระยะเริ่มมีกลิ่นชัดเจน หรือฝาข้างร้อนจัด ซึ่งบ่งบอกว่าเครื่องยนต์มีข้อบกพร่อง ที่อาจเกิดจากสิ่งเหล่านี้
- การใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือมีปริมาณน้อยเกินไป อาจส่งผลร้ายแรงต่อการกระจายความร้อนของเครื่องยนต์
- การติดตั้งกระจกบังลมเป็นเรื่องปกติเมื่อใช้รถมอเตอร์ไซค์ แต่หากติดตั้งกระจกบังลมไม่ถูกต้องจะส่งผลต่อการกระจายความร้อนของเครื่องยนต์ ดังนั้น ต้องเว้นที่ว่างให้เพียงพอในการติดตั้งกระจกบังลม ช่องระบายอากาศ ด้วย เพื่อไม่ใช่เครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่สูงเกินไป
- หากสารหล่อเย็นน้อยเกินไป ปั๊มน้ำจะเสียหายและพัดลมแทงค์น้ำจะพัง ทำให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงขึ้นเร็วเกินไป เนื่องจากประสิทธิภาพการกระจายความร้อนของเครื่องยนต์มีจำกัด
- เกิดจากความล้มเหลวภายใน ที่ทำให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป เช่น คลัทช์เลื่อนหลุด ปั๊มน้ำมันเสียหาย แบริ่งเสียหาย เป็นต้น ส่งผลให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงขึ้นเกินไป
บทความแนะนำ
- หมวกกันน็อกแต่ละประเภท แตกต่างกันอย่างไร?
- อะไหล่มอเตอร์ไซค์แท้ vs อะไหล่เทียบ ใช้ทดแทนกันได้ไหม?
- หัวเทียน NGK มีดีอย่างไร ทำไมคนนิยมใช้
สรุป
ถึงอย่างไรก็ตาม การดูแลเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ขับขี่จำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี และเป็นการยืดอายุการใช้งานของรถมอเตอร์ไซค์ด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อรถมอเตอร์ไซค์เกิดปัญหาใดก็ตาม หากคุณไม่ทราบถึงปัญหาที่แท้จริง แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งเลือกใช้อะไหล่มอเตอร์ไซค์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน จะช่วยรักษาสภาพรถมอเตอร์ไซค์ของคุณได้ระยะยาว
สามารถสั่งซื้อสินค้าโดยตรงได้ที่
Shopee : NRM Motor
โทร : 04-4511982
Line : @narinmotor
Facebook : NRM Motor


